คุยเรื่อง “สังคมนิยมสมัยใหม่ที่มีอัตลักษณ์แบบจีน” ให้เข้าใจง่าย ๆ

โดย รศ.วิภา อุตมฉันท์

ตลอด 10 ปีตั้งแต่ขึ้นมากุมบังเหียน สีจิ้นผิงได้ริเริ่มโครงการที่สร้างผลงานให้กับประเทศจีนอย่างเป็นชิ้นเป็นอันและต่อเนื่องเรื่อยมา จนได้รับเกียรติให้ทำหน้าที่ผู้นำอีกสมัยหนึ่งเพื่อสานต่องานด้านต่าง ๆ ให้ลุล่วง เขาประกาศตั้งแต่เริ่มต้นรายงานการประชุมสมัชชาพรรคฯครั้งที่ 20 ว่า ประเด็นสำคัญของการประชุมครั้งนี้คือ “ชูธงสังคมนิยมที่มีอัตลักษณ์แบบจีน ปฏิบัติตามแนวคิดสังคมนิยมที่มีอัตลักษณ์แบบจีนยุคใหม่….” ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่ในรายงานต่อจากนั้นก็จะเป็นการยกตัวอย่างรูปธรรมที่ชี้ให้เห็นโฉมหน้าใหม่ของจีนใหม่ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา สีฯยกคุณูปการแห่งความสำเร็จทั้งหมดนี้ให้กับการปฏิบัติตามคำสอนของลัทธิมาร์กซ์ เน้นอย่างหนักแน่นอีกด้วยว่า ลัทธิมาร์กซ์ไม่ได้ล้าสมัย ลัทธิมาร์กซ์ใช้ได้กับโลกยุคใหม่ และด้วยเหตุนี้เองธรรมนูญของพรรคฯฉบับล่าสุดจึงได้เพิ่มเติมข้อความใหม่ลงไปว่า

“… ความคิดสังคมนิยมที่มีอัตลักษณ์แบบจีนสมัยใหม่ของสีจิ้นผิง เป็นการสืบทอดและพัฒนาลัทธิมาร์กซ์ ความคิดเหมาเจ๋อตง…..เป็นการตกผลึกแห่งยุคสมัยของลัทธิมาร์กซ์ของจีนในยุคปัจจุบัน เป็นลัทธิมาร์กซ์แห่งศตวรรษที่ 21”

 

“สังคมนิยมสมัยใหม่ที่มีอัตลักษณ์แบบจีน” ของสีจิ้นผิงกินความหมายกว้างขวางแค่ไหน เป็นเรื่องสุดวิสัยที่ผู้เขียนจะนำมาสาธยายให้ครบถ้วนได้ แต่ในเมื่อทางการจีนให้ความสำคัญถึงขนาดยกขึ้นมาเทียบเท่าเหมาฯและเติ้งฯและบรรจุลงในธรรมนูญของพรรคฯแล้ว อย่างน้อยก็ขออาสานำมาเล่าให้ฟังสัก 4-5 เรื่องที่คิดว่าชาวบ้านที่สนใจเรื่องจีนอย่างเรา ๆ น่าจะจินตนาการตามไปได้ว่า ในอีกอย่างน้อย 5 ปีข้างหน้า สีจิ้นผิงจะพาประเทศของเขาไปถึงไหน.. เราพอจะไล่กวดทันหรือไม่ หรือจะถูกเขาทิ้งจนมองไม่เห็นหลัง

1. สีจิ้นผิงเน้นว่าการสร้างความทันสมัยแบบจีนเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาชนจำนวนมหาศาล จึงต้องยกประชาชนขึ้นมาตั้งเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาทุกเรื่อง เพื่อทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่มั่งคั่งขึ้นถ้วนทั่วหน้า อัตราส่วนคนที่มีรายได้ปานกลางจะต้องเพิ่มขึ้นให้เห็นอย่างเด่นชัด ช่องว่างระหว่างเมืองกับชนบทจะต้องลดลงอย่างเด่นชัด ปัญหาความยากจนต้องแก้ไขให้หมดไปในที่สุด รัฐจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการยกระดับการศึกษาภาคบังคับในชนบท สร้างระบบสาธารณสุขและระบบประกันสุขภาพให้ทั่วถึง ปัญหาสังคมผู้สูงวัยก็ต้องพร้อมรับมือให้แข็งขันยิ่งกว่าเก่า แต่ขณะเดียวกันการพัฒนาเป็นเรื่องเกี่ยวกับปากท้องของประชาชนโดยตรง ก็ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ต้องให้ประชาชนมีประชาธิปไตยในการแสดงความคิดเห็น อบรมบ่มเพาะเยาวชนรุ่นใหม่ จุดประกายสร้างสรรค์ให้พวกเขากล้าคิดกล้าสร้างสรรค์นวัตกรรรมใหม่ ๆ สิ่งเหล่านี้ต้องทำควบคู่กันไปด้วย

2. สีจิ้นผิงเน้นว่าการพัฒนาประเทศจะต้องไม่ทิ้งหลักการความเป็นมิตรระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม เป็นหน้าที่ของมนุษย์ที่จะต้องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจึงจะอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างผสมกลมกลืน ที่สำคัญมนุษย์ต้องเคารพกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ สังคมนิยมที่ทันสมัยจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้ามนุษย์ไม่ยึดหลักคิดที่ว่า “เขาต้องเขียวน้ำต้องใสจึงจะเป็นภูเขาเงินภูเขาทอง” คือเป็นทรัพยากรที่ใช้ไม่รู้จักหมด เป็นขุมทรัพย์ที่จะสร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศไม่มีที่สิ้นสุด

3. จีนพัฒนาประเทศบนพื้นฐานการพิทักษ์สันติภาพโลกและพัฒนาโลกไปด้วย จีนดำเนินนโยบายการต่างประเทศที่สันติ ไม่คิดทำลายผลประโยชน์ของประเทศอื่นเพื่อนำมาพัฒนาตนเอง จีนกำหนดจุดยืนและนโยบายตามความถูกผิดชั่วดีในแต่ละกรณีอย่างเสมอต้นเสมอปลาย รักษาความยุติธรรมระหว่างประเทศ ต่อต้านลัทธิครองความเป็นเจ้าและการเมืองที่ถืออำนาจบาตรใหญ่ ต่อต้านสงครามเย็น ต่อต้านการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น ในอนาคตจีนจะเปิดประเทศให้กว้างขึ้นอีก “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” จะขยายต่อไปอีก แต่จีนจะไม่ใช้โอกาสนี้แสวงหาความเป็นเจ้าแผ่ขยายอาณาเขตโดยเด็ดขาด

4. ข้อสุดท้ายแต่น่าสนใจมากคือ “บทบาทของพรรคคอมมิวนิสต์จีน” สีจิ้นผิงเน้นนับครั้งไม่ถ้วนว่า การสร้างสังคมนิยมที่ทันสมัยของจีนจะต้องยึดหลักการ.. “ให้พรรคฯเป็นผู้นำทุก ๆ ด้าน” จีนต้องสร้างกองทัพปลดแอกประชาชนที่ทันสมัยในระดับแนวหน้าของโลก แล้ว.. “ให้กองทัพปลดแอกฯฟังคำสั่งของพรรคตลอดไป” แต่ขณะที่ให้ความสำคัญเป็นอย่างสูงกับบทบาทของพรรคฯ ก็ต้องกวดขันประสิทธิภาพและความบริสุทธิ์ของพรรคฯไปด้วยอย่างเข้มงวด ต้องดำเนินการปราบปรามคอรัปชั่นภายในพรรคฯต่อไปอย่างถึงลูกถึงคน… “เป่าแตรศึก” เรื่อยไปจนกว่าจะเกิดสภาพที่ … “ไม่มีใครกล้าทุจริต ไม่สามารถทุจริต และไม่ต้องการจะทุจริต”

สีฯพูดทิ้งท้ายแบบนิ่ม ๆ ถ่อมเนื้อถ่อมตัวว่า… “แบบอย่างของจีนและพลังของจีนที่ทุ่มลงไปเพื่อแก้ปัญหาของมวลมนุษย์ จะเป็นคุณูปการให้ชาวโลกสร้างสันติภาพและการพัฒนาใหม่ ๆ ของตนด้วย”

The short URL of the present article is: https://www.wealthnbiz.com/hSOQC
More
articles