พนมเปญ, 7 ม.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันพฤหัสบดี (6 ม.ค.) องค์การอัปสราแห่งชาติ (ANA) ของกัมพูชา เปิดเผยการดำเนินการเสริมความแข็งแรงของหอคอยกลางประจำนครวัดอันโด่งดัง หรือที่รู้จักกันในชื่อหอคอยบากัน (Bakan tower)
เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคจากแผนกอนุรักษ์อนุสรณ์สถานและป้องกันโบราณคดีขององค์การฯ กล่าวว่าก้อนหินบางส่วนในหอคอยบากันสึกกร่อนและเคลื่อนออกจากตำแหน่งเดิม เนื่องจากความเก่าแก่ การแทรกซึมของน้ำและวัชพืช
“สิ่งต่างๆ ข้างต้นทำให้ศิลาแลงภายในหอคอยสึกกร่อน และน้ำหนักทั้งหมดกดทับบนหินทราย ส่งผลให้หินชั้นนอกแตกหักและเคลื่อนตัวออกมา” เจ้าหน้าที่ระบุ โดยหอคอยบากันเคยถูกบูรณะหนึ่งครั้งช่วงทศวรรษ 1930
ด้านหัวหน้าโครงการบูรณะหอคอยฯ กล่าวว่าทีมงานได้เสริมความแข็งแรงตรงมุมตะวันตกเฉียงใต้ของหอคอยฯ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2021 ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จเดือนเมษายนนี้
นครวัดหรืออุทยานโบราณคดีอังกอร์ ขนาด 400 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ในจังหวัดเสียมราฐทางตะวันตกเฉียงเหนือ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ในปี 1992
นครวัดต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 2.2 ล้านคน และทำรายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชมรวม 99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.32 พันล้านบาท) ในปี 2019 ก่อนเกิดการระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)
อย่างไรก็ดี อังกอร์ เอ็นเทอร์ไพรส์ (Angkor Enterprise) รัฐวิสาหกิจกัมพูชา เผยว่าช่วง 11 เดือนแรกของปี 2021 นครวัดต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเพียง 9,488 คน ลดลงร้อยละ 97 เมื่อเทียบปีต่อปี และทำรายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชม 385,700 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 12.95 ล้านบาท) ลดลงร้อยละ 98 เมื่อเทียบปีต่อปี






