หนานหนิง, 14 พ.ค. (ซินหัว) — เมื่อเวลา 11.30 น. ของวันที่ 13 พ.ค. รถไฟขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ หมายเลข X9101 ซึ่งบรรทุกปุ๋ยเชิงประกอบจำนวน 13 ตู้ ได้เดินทางออกจากท่ารถไฟนานาชาติหนานหนิง ในนครหนานหนิง เมืองเอกของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน ผ่านศูนย์โลจิสติกส์ด่านรถไฟผิงเสียง มุ่งหน้าสู่เวียดนาม ก่อนจะเปลี่ยนไปขนส่งทางถนนเพื่อเข้าสู่ลาว
นับเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าเกษตรต่อเนื่องหลายรูปแบบข้ามพรมแดน “จีน-เวียดนาม-ลาว” แห่งแรกในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง บุกเบิกเส้นทางขนส่งระยะไกลที่เชื่อม “ถนน-ทางรถไฟ” เส้นทางใหม่ที่วิ่งผ่านประเทศสมาชิกอาเซียนและช่วยส่งเสริมการค้าระหว่างจีน-อาเซียน
การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ในต่างประเทศเมื่อเร็วๆ นี้ ส่งผลให้เกิดแรงกดดันในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดที่ท่าด่านชายแดนบางแห่งของจีน การรักษาทั้งความตรงต่อเวลาในการขนส่งและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจึงกลายเป็นปัญหาใหม่ที่ต้องแก้ไข เนื่องจากการขนส่งทางถนนแบบดั้งเดิมนั้นรวดเร็ว แต่มีต้นทุนสูง ส่วนการขนส่งทางน้ำนั้นมีต้นทุนต่ำ และส่งสินค้าได้ในปริมาณมาก แต่ใช้เวลานาน ซึ่งสำหรับสินค้าประเภทผลผลิตทางการเกษตรตามฤดูกาล และปุ๋ยเคมีในครั้งนี้ เป็นสินค้าที่มีเวลาเป็นปัจจัยสำคัญ
บริษัทซิโนทรานส์ กว่างซี จำกัด (Sinotrans Guangxi) และบริษัทไชน่า เรลเวย์ หนานหนิง บูโร กรุ๊ป จำกัด ทำงานร่วมกันเพื่อเปิดทางให้บริษัทนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรของกว่างซีสามารถใช้วิธีขนส่งสินค้าต่อเนื่องหลายรูปแบบข้ามพรมแดน “จีน-เวียดนาม-ลาว” โดยวางเส้นทางที่ผสมผสานระหว่างทางรถไฟและทางหลวงเข้าด้วยกัน ทั้งยังทำให้เกิดพิธีการศุลกากรแบบ “ไร้เอกสารกระดาษ” ที่ศูนย์โลจิสติกส์ด่านรถไฟผิงเสียง ซึ่งช่วยลดขั้นตอนและเวลาที่ต้องใช้ในการดำเนินพิธีการ เมื่อสินค้าถูกส่งไปถึงเวียดนามด้วยทางรถไฟแล้ว ก็จะส่งต่อไปยังลาวผ่านทางถนนได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยรับประกันว่าของจะถึงที่หมายทันเวลา
ทางรถไฟขนส่งสินค้าหลายทางข้ามพรมแดน “จีน-เวียดนาม-ลาว” สายนี้มีระยะการเดินทางรวมประมาณ 1,300 กิโลเมตร และใช้เวลาประมาณ 4 วัน ในการให้บริการส่งสินค้าเกษตรจากจีนไปยังลาว
อู๋เจี๋ย รองผู้จัดการทั่วไปของบริษัทซิโนทรานส์กล่าวว่า “เมื่อเทียบกับการขนส่งก่อนหน้านี้ ที่ต้องใช้เวลาขนส่งอย่างน้อยครึ่งเดือน แผนการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบเช่นนี้ใช้เวลาแค่ประมาณ 4 วันสำหรับการเดินทางไปถึงลาว ร่นเวลาไปมากกว่า 10 วันและเพิ่มปริมาณการขนส่งถึงร้อยละ 50”
ภายใต้การดำเนินการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดตามปกติ การค้าระหว่างจีนและอาเซียนเติบโตสวนกระแส ข้อมูลของสำนักบริหารทั่วไปด้านศุลกากรของจีนในไตรมาสแรกระบุว่า มูลค่าการนำเข้าและส่งออกสินค้าจากจีนไปยังอาเซียนอยู่ที่ 1.24 ล้านล้านหยวน (ราว 6 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.1 และอาเซียนยังคงเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของจีน



ตั้งแต่ต้นปีนี้ถึงวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา บริษัทไชน่า เรลเวย์ หนานหนิง บูโร กรุ๊ป ได้ให้บริการรถไฟข้ามพรมแดนจีน-เวียดนามแล้วทั้งสิ้น 112 ขบวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 69.7 เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยคาดว่าทั้งปีนี้จะสามารถให้บริการรถไฟระหว่างจีน-เวียดนามได้รวม 300 ขบวน การเปิดเส้นทางใหม่นี้จึงเป็นช่องทางที่รวดเร็วสำหรับการค้าระหว่างจีน-อาเซียน







