กกต.รับรอง 200 ส.ว.และบัญชีสำรองแล้ว กลุ่มสื่อสารมวลชนโดนใบส้ม 1 ราย

วันที่ 10 กรกฎาคม คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำโดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต.เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาประกาศรับรองผลการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 200 คน และบัญชีสำรอง 100 คน รวมทั้งพิจารณาคำร้องเรียนเกี่ยวกับกระบวนการเลือกส.ว.และพิจารณาประเด็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ได้รับเลือกเป็นส.ว. โดยเป็นการประชุมลับตั้งแต่ช่วงเช้าและเสร็จสิ้นในเวลา 14.30 น.

นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. แถลงภายหลังการประชุม ว่า กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่าการเลือก ส.ว.เป็นไปด้วยความถูกต้องสุจริตเที่ยงธรรม จึงมีมติประกาศผลการการเลือกส.ว.ของแต่ละกลุ่ม ทั้ง 20 กลุ่ม ลำดับ 1-10 ของแต่ละกลุ่มให้เป็นส.ว. ส่วน ลำดับที่ 11-15 ของแต่ละกลุ่ม เป็นบัญชีสำรอง ยกเว้นกลุ่ม 18 (กลุ่มสื่อสารมวลชนผู้สร้างสรรค์วรรณกรรมหรืออื่นๆ ) ซึ่งกกต. สั่งระงับสิทธิสมัครชั่วคราว (ใบส้ม) แก่ผู้ที่ได้รับเลือก ส.ว.จำนวน 1 คน ทำให้ผู้ที่ได้คะแนนเป็นลำดับที่ 11 ของกลุ่มที่ 18 ต้องเลื่อนขึ้นไปอยู่ลำดับที่ 10 แทน ส่งผลเหลือบัญชีสำรองแค่ 4 คน ผู้ได้รับการประกาศรับรอง 200 คน สามารถมารับหนังสือรับรองเพื่อเป็นหลักฐานการรายงานต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ระหว่างวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2567 เวลา 08.30-16.30 น.

“นับแต่วันเลือกส.ว.ระดับประเทศ วันที่ 26 มิถุนายน กฎหมายกำหนดให้กกต.รอไว้ไม่น้อยกว่า 5 วัน ซึ่งตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม สามารถประกาศผลการเลือกได้ แต่ด้วยเงื่อนไขตามมาตรา 42 พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. ระบุว่า ถ้ากกต.เห็นว่าการเลือกเป็นไปโดยถูกต้องมีความชอบด้วยกฎหมาย สุจริต และเที่ยงธรรม ทั้ง 3 เงื่อนไข กกต.จึงจะประกาศรับรองผลการเลือกส.ว.ได้ โดยสิ่งที่จะนำมาพิจารณา ทั้ง 3 เงื่อนไข คือ ได้กระทำฝ่าฝืนตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว.หรือไม่”นายแสวง กล่าว

ทั้งนี้ มีรายงานว่า สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้ข้อสรุปว่าจะเปิดให้ ส.ว.ชุดใหม่มารายงานตัวตั้งแต่วันที่ 11-12 กรฎาคม และวันที่ 15 กรกฎาคม ในวันเวลาราชการ เพื่อรับบัตรประจำตัวของการเป็น ส.ว.รวมถึงเอกสารและคู่มือการปฏิบัติหน้าที่ ส.ว. จากนั้นจะออกหนังสือนัดประชุมวุฒิสภานัดแรก เพื่อให้สมาชิกกล่าวคำปฏิญาณตนก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ ก่อนจะเข้าสู่วาระการเลือกประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภาต่อไป

The short URL of the present article is: https://www.wealthnbiz.com/0x5mz
More
articles